舟渡国際法律事務所

เมื่อถูกจับในฐานะผีน้อยในญี่ปุ่น กระบวนการส่งกลับกับโทษอาญาเป็นคนละเรื่อง

お問い合わせはこちら

เมื่อถูกจับในฐานะผีน้อยในญี่ปุ่น กระบวนการส่งกลับกับโทษอาญาเป็นคนละเรื่อง

เมื่อถูกจับในฐานะผีน้อยในญี่ปุ่น กระบวนการส่งกลับกับโทษอาญาเป็นคนละเรื่อง

2026/09/03

คำว่าผีน้อยถูกใช้เรียกคนที่ไปทำงานในต่างประเทศโดยอยู่เกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนที่สุดเมื่อถูกจับในญี่ปุ่น ไม่ใช่ตัวข้อกล่าวหา แต่คือการที่กระบวนการของตำรวจกับกระบวนการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเดินไปพร้อมกัน จนแยกไม่ออกว่าฝ่ายไหนกำลังตัดสินอะไร

บทความนี้เริ่มจากข้อเท็จจริงว่าทั้งสองกระบวนการเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง แล้วอธิบายว่าแต่ละกระบวนการตัดสินอะไร คำสั่งให้ออกนอกประเทศใช้ได้ในสถานการณ์ใด ระยะห้ามเข้าประเทศจะเป็นเท่าไร และเมื่อกลับถึงบ้านแล้วยังทำอะไรได้บ้าง

หลังถูกจับ มีอะไรเริ่มต้นขึ้นบ้าง

สิ่งที่เริ่มต้นขึ้นหลังถูกจับคือสองกระบวนการที่มีลักษณะต่างกัน อย่างแรกคือกระบวนการทางอาญา ซึ่งตัดสินว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ และจะลงโทษอย่างไร อย่างที่สองคือกระบวนการส่งกลับ ซึ่งเป็นกระบวนการทางปกครองที่ตัดสินว่าจะให้ออกจากญี่ปุ่นหรือไม่ ทั้งสองมีวัตถุประสงค์ต่างกัน ผู้ตัดสินก็คนละฝ่าย และผลของฝ่ายหนึ่งไม่ได้กำหนดผลของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองไม่ได้ไม่เกี่ยวข้องกันเลย บันทึกคำให้การที่จัดทำขึ้นระหว่างการสอบสวนทางอาญาจะถูกอ่านในการสอบสวนการฝ่าฝืนและในการไต่สวนด้วยวาจาของฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองด้วย สิ่งที่พูดไว้ในกระบวนการอาญาจึงกลายเป็นวัตถุดิบของการตัดสินในกระบวนการส่งกลับ

การอยู่เกินกำหนดเป็นความผิดอาญาด้วย

การอยู่ในญี่ปุ่นต่อไปหลังพ้นระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต เป็นทั้งเหตุแห่งการส่งกลับและความผิดอาญาในเวลาเดียวกัน มาตรา 24 อนุมาตรา 4 ของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเข้าเมืองและการรับรองผู้ลี้ภัย ในข้อที่เรียกตามลำดับอักษรญี่ปุ่นว่า ro กำหนดให้ผู้ที่พำนักเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตเป็นเหตุแห่งการส่งกลับ ขณะเดียวกัน มาตรา 70 วรรคหนึ่ง อนุมาตรา 5 กำหนดให้การอยู่เกินกำหนดมีโทษจำคุกตามระบบปัจจุบันของญี่ปุ่นที่เรียกว่า โคคินเก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามล้านเยน หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนอนุมาตรา 1 ของวรรคเดียวกันกำหนดโทษอย่างเดียวกันสำหรับการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ในทางปฏิบัติ บางกรณีที่มีเพียงการอยู่เกินกำหนดอาจไม่ถูกฟ้องเป็นคดีอาญา แต่บางกรณีก็ถูกฟ้อง หากมีความผิดอื่นประกอบ หรือมีการถือครองบัตรพำนักปลอมเข้ามาเกี่ยวข้อง การพิจารณาจะเปลี่ยนไป มาตรา 73-6 และมาตรา 73-7 ครอบคลุมการถือครอง การส่งมอบ และการรับบัตรพำนักปลอม นอกจากนี้ มาตรา 23 กำหนดหน้าที่พกพาและแสดงบัตรพำนัก โดยมาตรา 75-3 กำหนดโทษปรับไม่เกินสองแสนเยนสำหรับการไม่พกพา และมาตรา 75-2 กำหนดโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองแสนเยนสำหรับการปฏิเสธที่จะแสดง

ถ้าถูกจับแล้ว ยังใช้คำสั่งให้ออกนอกประเทศได้หรือไม่

หากกระบวนการเริ่มต้นจากการถูกจับกุม เงื่อนไขของคำสั่งให้ออกนอกประเทศจะไม่ครบ มาตรา 24-3 กำหนดเงื่อนไขข้อหนึ่งไว้ว่า ต้องเข้ารายงานตัวด้วยตนเองโดยมีเจตนาจะออกนอกประเทศโดยเร็ว กรณีที่เริ่มจากการตรวจค้นระหว่างทางหรือจากการกวาดล้างจึงขาดเงื่อนไขข้อนี้

เงื่อนไขข้ออื่นก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน ได้แก่ ต้องไม่เข้าเหตุแห่งการส่งกลับข้ออื่นนอกจากการอยู่เกินกำหนด ต้องไม่เคยถูกส่งกลับและไม่เคยออกนอกประเทศตามคำสั่งให้ออกนอกประเทศมาก่อน และต้องเป็นที่คาดหมายได้แน่ชัดว่าจะออกนอกประเทศโดยเร็ว เนื่องจากเงื่อนไขข้อหนึ่งรวมถึงการไม่เข้าข้อใดเลยตั้งแต่ข้อ ha ถึงข้อ yo ของมาตรา 24 อนุมาตรา 4 ผู้ที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดจึงใช้คำสั่งให้ออกนอกประเทศไม่ได้

ระยะห้ามเข้าประเทศจะเป็นเท่าไร

ผู้ที่ออกนอกประเทศตามคำสั่งให้ออกนอกประเทศจะมีระยะห้ามเข้าหนึ่งปี ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง อนุมาตรา 9-2 ส่วนผู้ที่ถูกส่งกลับจะเป็นไปตามอนุมาตรา 9 ของวรรคเดียวกัน ซึ่งกำหนดข้อ i ไว้หนึ่งปี ข้อ ro ห้าปี และข้อ ha สิบปี โดยข้อ ha คือกรณีที่ผู้เคยถูกส่งกลับมาก่อนถูกส่งกลับอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น การห้ามเข้าประเทศด้วยเหตุยาเสพติดตามอนุมาตรา 5 ของวรรคเดียวกันไม่มีการกำหนดจำนวนปีเอาไว้ จึงไม่หมดไปเพราะเวลาผ่านไป แม้เป็นเพียงโทษปรับ หรือแม้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของต่างประเทศก็เพียงพอแล้ว ในกรณีเช่นนี้ การกลับเข้าญี่ปุ่นอีกครั้งเหลือเพียงทางเดียวคืออนุญาตพิเศษให้เข้าเมืองตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง

สถิติบอกอะไร

ตามสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการพำนักแห่งญี่ปุ่น ในปีเรวะ 7 มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่ถูกดำเนินกระบวนการส่งกลับหรือกระบวนการคำสั่งให้ออกนอกประเทศจำนวน 18,442 คน เมื่อแยกตามสัญชาติ เวียดนามมากที่สุด 6,599 คน รองลงมาคือไทย 3,600 คน คิดเป็นร้อยละ 19.5 ของทั้งหมด เมื่อแยกตามเหตุแห่งการส่งกลับ การอยู่เกินกำหนดมีจำนวน 17,031 คน คิดเป็นร้อยละ 92.3

นอกจากนี้ ณ วันที่ 1 มกราคม ปีเรวะ 8 จำนวนผู้พำนักเกินกำหนดอยู่ที่ 68,488 คน โดยเวียดนาม 11,601 คน และไทย 10,907 คน เป็นสองอันดับแรก นั่นหมายความว่ามีคนจำนวนมากอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และรูปแบบของกระบวนการก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว

กลับถึงบ้านแล้วยังทำอะไรได้

สิ่งที่ทำได้หลังกลับประเทศไม่ได้มีเพียงการรอให้ระยะเวลาผ่านพ้นไป อนุญาตพิเศษให้เข้าเมืองตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง เป็นกลไกที่เปิดให้อนุญาตเข้าเมืองได้แม้จะเข้าเหตุห้ามเข้าประเทศ และตามสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการพำนัก ในปีเรวะ 7 มีคำวินิจฉัยให้ย่นระยะห้ามเข้าประเทศจำนวน 340 ราย

ไม่ว่าจะเป็นทางใด สิ่งที่ต้องมีคือเอกสารที่ยืนยันสภาพชีวิตจริงในญี่ปุ่น ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเป็นมาของการออกนอกประเทศ และสถานการณ์หลังกลับบ้าน เนื่องจากบันทึกของกระบวนการตอนถูกจับยังคงอยู่ สิ่งที่พูดและวิธีที่พูดในชั้นกระบวนการส่งกลับจึงส่งผลต่อไปอีกนาน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเข้าใจที่ว่าเมื่อคดีอาญาจบแล้วกระบวนการของตรวจคนเข้าเมืองก็จบตามไปด้วยนั้นไม่ถูกต้อง แม้จะไม่ถูกฟ้อง หรือจบลงด้วยค่าปรับ กระบวนการส่งกลับก็ยังเดินต่อไปแยกต่างหาก ในทางกลับกัน การที่มีคำสั่งส่งกลับแล้วก็ไม่ได้ทำให้คดีอาญาหายไป

อีกเรื่องที่ได้ยินบ่อยคือ ถูกจับแล้วให้บอกว่าเข้ามารายงานตัวเองจะได้เป็นคำสั่งให้ออกนอกประเทศ นั่นคือการให้ถ้อยคำที่ขัดกับความจริง และถ้อยคำที่ขัดกับความจริงย่อมเป็นผลร้ายทั้งในกระบวนการอาญาและในกระบวนการของตรวจคนเข้าเมือง อนึ่ง แม้ไม่มีการลงโทษทางอาญา สถานะการพำนักก็ยังอาจถูกเพิกถอนได้ตามมาตรา 22-4

แนวทางการทำงานของสำนักงานเรา

ที่ Funado International Law Office ทนายความมัตสึมูระ ไดสุเกะ เป็นผู้เข้าเยี่ยมผู้ถูกควบคุมตัวและร่วมประชุมหารือด้วยตนเองโดยตรง สำหรับภาษาจีน สำนักงานมีล่ามที่ดูแลคดีชาวต่างชาติโดยเฉพาะประจำอยู่ที่สำนักงาน ส่วนภาษาอื่นซึ่งรวมถึงภาษาไทย เราจัดหาล่ามตามความจำเป็นของแต่ละคดี

ในด้านแนวทางการต่อสู้คดี เราตั้งต้นจากมุมมองที่ว่าคำพิพากษาที่ให้รอการลงโทษก็ยังไม่เพียงพอ และวางเป้าหมายลำดับแรกไว้ที่การไม่ถูกฟ้องคดี เนื่องจากบันทึกคำให้การในคดีอาญาจะกลายเป็นเอกสารในการสอบสวนการฝ่าฝืนและการไต่สวนด้วยวาจาของฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง เราจึงออกแบบคดีอาญากับกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน และยังคงมุมมองที่จะโต้แย้งเรื่องเจตนาหรือความประมาทในชั้นที่พิจารณาว่าเข้าเหตุแห่งการส่งกลับหรือไม่ด้วย การปรึกษาครั้งแรกไม่มีค่าใช้จ่าย WeChat ID ของเราคือ matsumura1119

ส่งท้าย

เพียงเข้าใจข้อเท็จจริงว่ามีสองกระบวนการเดินอยู่พร้อมกัน ภาพรวมก็เปลี่ยนไปมากแล้ว จับให้ได้ว่าตอนนี้กระบวนการไหนกำลังจะตัดสินอะไร แล้วเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับแต่ละกระบวนการ วิธีนี้ดูเหมือนอ้อม แต่แน่นอนที่สุด บทความนี้เป็นคำอธิบายทั่วไป สำหรับคดีเฉพาะรายกรุณาปรึกษาทนายความโดยตรง

ผู้เขียน

มัตสึมูระ ไดสุเกะ ทนายความ
สังกัดสภาทนายความไดอิจิโตเกียว หมายเลขทะเบียน 59077 ขึ้นทะเบียนปี 2019
Funado International Law Office อาคารฟุเซะ อาคารหลัก ชั้น 3 ทาคาดะ 3-4-10 เขตโทชิมะ กรุงโตเกียว
มีสาขาที่ทุ่มเทเป็นหลักคือการว่าความคดีอาญาให้ชาวต่างชาติและกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง โดยมีลูกความสัญชาติจีนเป็นศูนย์กลาง ผลงานที่ผ่านมารวมถึงคำพิพากษายกฟ้องในคดีฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมสารกระตุ้นฐานครอบครองเพื่อการค้า การไม่ถูกฟ้องในคดีฉ้อโกงแบบมีองค์กร และการได้รับอนุญาตพิเศษให้พำนักในคดีที่ถือว่ายาก

Funado International Law Office
Website: https://matsumura-lawoffice.jp/
WeChat ID: matsumura1119

ฉบับภาษาญี่ปุ่นของบทความนี้: https://matsumura-lawoffice.jp/blog/detail/2026099326/

----------------------------------------------------------------------
舟渡国際法律事務所
住所 : 東京都豊島区高田3丁目4-10布施ビル本館3階
電話番号 :050-7587-4639


東京を中心に刑事事件の弁護

東京にて行政事件に関する対応

----------------------------------------------------------------------

当店でご利用いただける電子決済のご案内

下記よりお選びいただけます。