舟渡国際法律事務所

คดีลักทรัพย์ในญี่ปุ่น: ขั้นตอนคดีอาญาและผลต่อสถานภาพการพำนักที่ผู้พูดภาษาไทยควรรู้

お問い合わせはこちら

คดีลักทรัพย์ในญี่ปุ่น: ขั้นตอนคดีอาญาและผลต่อสถานภาพการพำนักที่ผู้พูดภาษาไทยควรรู้

คดีลักทรัพย์ในญี่ปุ่น: ขั้นตอนคดีอาญาและผลต่อสถานภาพการพำนักที่ผู้พูดภาษาไทยควรรู้

2026/09/02

หยิบสินค้าใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านโดยยังไม่ได้จ่าย เก็บกระเป๋าสตางค์ที่มีคนลืมไว้แล้วนำกลับบ้าน หยิบของจากห้องของเพื่อนร่วมงาน เรื่องราวของคดีลักทรัพย์มักเริ่มต้นจากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันแบบนี้ ไม่ว่ามูลค่าจะมากหรือน้อย

แต่สำหรับคนต่างชาติ คดีลักทรัพย์ไม่ได้จบที่กระบวนการอาญาเท่านั้น เพราะผลของคดีอาจย้อนกลับมากระทบสถานภาพการพำนักโดยตรง ความกังวลจึงมีสองชั้นซ้อนกัน คือจะถูกลงโทษอย่างไร และจะอยู่ในญี่ปุ่นต่อได้หรือไม่

บทความนี้อธิบายตามลำดับ ได้แก่ ขั้นตอนของคดี ความหมายของการยอมความ ข้อควรระวังเมื่อการสอบสวนต้องผ่านล่าม และผลต่อสถานภาพการพำนัก

เข้าใจเส้นทางของคดีตั้งแต่ถูกจับจนถึงคำสั่งของอัยการ

เมื่อถูกควบคุมตัว ตำรวจจะสอบปากคำแล้วส่งตัวไปยังพนักงานอัยการ ซึ่งอาจร้องขอให้ศาลออกหมายขัง หากศาลอนุญาต โดยหลักจะถูกควบคุมตัวได้ 10 วัน และขยายได้อีก 10 วัน ในช่วงเวลานี้เองที่พนักงานอัยการจะตัดสินใจว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง

หากความเสียหายไม่ร้ายแรง ได้รับการชดใช้แล้ว และผู้ถูกกล่าวหามีฐานการใช้ชีวิตที่มั่นคง ก็ยังมีช่องทางที่จะไม่ถูกสั่งฟ้อง ในทางกลับกัน หากมีข้อสงสัยเรื่องการกระทำอื่นเพิ่มเติม ยังไม่มีการชดใช้ หรือเคยมีประวัติในความผิดประเภทเดียวกัน โอกาสถูกสั่งฟ้องย่อมสูงขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง สมุดปกขาวว่าด้วยอาชญากรรมฉบับปี Reiwa 7 ระบุว่า ในปี Reiwa 6 อัตราการสั่งฟ้องคดีลักทรัพย์อยู่ที่ 52.53% สำหรับคดีที่ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในญี่ปุ่น เทียบกับ 44.84% ของคดีทั้งหมด คำว่าชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในญี่ปุ่นในสถิตินี้ ไม่รวมผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร คู่สมรสของผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรพิเศษ ผู้เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐในญี่ปุ่น และผู้ที่ไม่ทราบสถานภาพการพำนัก

การยอมความมีน้ำหนักต่อผลของคดีอย่างมาก

ลักทรัพย์เป็นความผิดที่มีผู้เสียหายชัดเจน ดังนั้นการชดใช้ค่าเสียหายและการทำความตกลงยอมความจึงส่งผลโดยตรงต่อดุลพินิจของพนักงานอัยการ การคืนทรัพย์ การชดใช้จนครบ และการที่ผู้เสียหายแสดงเจตนาว่าไม่ประสงค์จะให้ลงโทษ ล้วนสะท้อนอยู่ในคำสั่งไม่ฟ้องหรือในการกำหนดโทษได้

อย่างไรก็ตาม ตามปกติแล้วข้อมูลติดต่อของผู้เสียหายจะไม่ถูกเปิดเผยให้ผู้ต้องหาโดยตรง และเมื่อถูกควบคุมตัวอยู่ ผู้ต้องหาแทบไม่มีทางเจรจาได้ด้วยตนเอง แนวทางปฏิบัติจึงเป็นการให้ทนายความขอให้พนักงานอัยการประสานการเปิดเผยช่องทางติดต่อ แล้วดำเนินการเจรจาแทน เนื่องจากการทำความตกลงต้องใช้เวลา การเริ่มต้นตั้งแต่ระยะแรกจึงสำคัญมาก

ข้อควรระวังเมื่อการสอบสวนต้องผ่านล่าม

กำแพงภาษาสั่นคลอนกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นทาง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 วรรค 2 กำหนดว่า ก่อนการสอบสวนต้องแจ้งให้ทราบว่าผู้ถูกสอบสวนมีสิทธิปฏิเสธที่จะให้การ และมาตราเดียวกัน วรรค 4 กำหนดว่าต้องอ่านหรือให้ตรวจดูบันทึกคำให้การ และหากมีคำขอให้เพิ่ม ลด หรือแก้ไขข้อความ ก็ต้องบันทึกไว้ด้วย

พระราชบัญญัติศาล มาตรา 74 กำหนดให้ใช้ภาษาญี่ปุ่นในศาล ส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 175 และมาตรา 178 กำหนดขั้นตอนการตั้งล่ามและผู้แปลเอกสาร กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 14 วรรค 3 (a) และ (f) รับรองสิทธิที่จะได้รับแจ้งข้อกล่าวหาในภาษาที่ตนเข้าใจ และสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือจากล่ามโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะที่อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล ข้อ 36 กำหนดเรื่องการแจ้งและการเข้าพบของเจ้าหน้าที่กงสุล นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 171 ยังกำหนดโทษสำหรับการแปลอันเป็นเท็จ

ในทางปฏิบัติ ส่วนที่คลาดเคลื่อนได้ง่ายที่สุดคือคำอธิบายเรื่องเจตนา ความหมายที่ว่าไม่ได้ตั้งใจจะเอาออกไป อาจกลายเป็นข้อความภาษาญี่ปุ่นที่อ่านได้ว่ามีเจตนาจะเอาออกไป หากรู้สึกไม่ตรงกับที่พูดในตอนที่เจ้าหน้าที่อ่านบันทึกให้ฟัง ต้องยื่นคำขอแก้ไขในทันที และสามารถตรวจสอบกับทนายความได้โดยอาศัยสิทธิพบทนายตามมาตรา 39 วรรค 1

ผลของคดีอาญาย้อนกลับมาที่สถานภาพการพำนักอย่างไร

พระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมืองและการรับรองผู้ลี้ภัย มาตรา 24 อนุมาตรา 4 (ri) กำหนดให้ผู้ที่ถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต หรือ kōkinkei (拘禁刑 โทษจำคุกตามกฎหมายปัจจุบันของญี่ปุ่น) เกิน 1 ปี เป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุแห่งการส่งกลับ แต่มีข้อยกเว้นระบุไว้ว่า ผู้ที่ได้รับการรอการลงโทษทั้งหมดไม่อยู่ในข่ายนี้ และในกรณีรอการลงโทษบางส่วน หากส่วนที่ต้องรับโทษจริงไม่เกิน 1 ปี ก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน

นอกจากนี้ ความผิดฐานลักทรัพย์ไม่อยู่ในบัญชีความผิดร้ายแรงตามมาตรา 24 อนุมาตรา 4-2 ซึ่งระบุถึงการชิงทรัพย์ การกระทำทางเพศโดยปราศจากความยินยอม และการขับขี่โดยประมาทอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับบาดเจ็บตามมาตรา 2 และมาตรา 6 วรรค 1 ของกฎหมายว่าด้วยการลงโทษการขับขี่ที่ทำให้เกิดความตายหรือบาดเจ็บ

ดังนั้น หากเป็นการกระทำครั้งแรก ความเสียหายไม่มาก และผลของคดีอยู่เพียงโทษปรับหรือการรอการลงโทษ ก็ไม่ได้แปลว่าจะเข้าสู่กระบวนการส่งกลับทันที แต่หากมีลักษณะกระทำซ้ำจนศาลลงโทษจำคุกจริงเกิน 1 ปี มาตรา 24 อนุมาตรา 4 (ri) ก็จะกลายเป็นปัญหาจริง และขั้นต่อไปคือการขออนุญาตพำนักเป็นกรณีพิเศษตามมาตรา 50 โดยต้องนำเสนอตามปัจจัยที่วรรค 5 ของมาตราดังกล่าวกำหนดไว้ ได้แก่ เหตุผลที่ประสงค์จะพำนักต่อ ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความประพฤติ ความเป็นมาของการเข้ามาพำนักในญี่ปุ่น ระยะเวลาที่พำนัก และพฤติการณ์อื่น

อีกประเด็นที่มักถูกมองข้าม คือ หากถูกควบคุมตัวยาวนานจนต้องห่างจากที่ทำงานหรือสถานศึกษา ก็อาจเกิดปัญหาการเพิกถอนสถานภาพการพำนักตามมาตรา 22-4 ซึ่งกรณีตัวอย่างคือการพำนักอยู่โดยไม่ได้ทำกิจกรรมที่ตรงกับสถานภาพการพำนักเป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป และในการพิจารณาต่ออายุระยะเวลาพำนัก ความประพฤติก็เป็นสิ่งที่ถูกนำมาพิจารณาด้วย

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ข้อแรก คิดว่ามูลค่าน้อยจึงไม่กลายเป็นคดี ความจริงมูลค่าเป็นเพียงหนึ่งในพฤติการณ์ที่ใช้ประกอบดุลพินิจ

ข้อสอง คิดว่าเมื่อชดใช้แล้วจะไม่ถูกสั่งฟ้องอย่างแน่นอน การชดใช้เป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำหนดผล

ข้อสาม คิดว่าหากบริษัทไม่ทราบเรื่อง ก็จะไม่กระทบสถานภาพการพำนัก ในความเป็นจริง การไม่ได้ทำกิจกรรมตามสถานภาพนั้นเองก็เป็นสิ่งที่ถูกตรวจสอบได้

แนวทางการทำงานของสำนักงานเรา

ทนายความ Matsumura Daisuke เข้าพบผู้ถูกควบคุมตัวและประชุมกับครอบครัวด้วยตนเอง สำหรับภาษาจีน สำนักงานมีล่ามประจำที่ดูแลคดีอาญาของชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ส่วนภาษาอื่น รวมถึงภาษาไทย เราจัดหาล่ามตามลักษณะของแต่ละคดี

ในด้านแนวทาง เราถือว่าคำพิพากษาที่ให้รอการลงโทษยังไม่เพียงพอ และตั้งเป้าหมายลำดับแรกไว้ที่การได้รับคำสั่งไม่ฟ้อง สำหรับคดีลักทรัพย์ สิ่งที่ทำให้ผลต่างกันคือความแม่นยำในการตรวจสอบข้อเท็จจริง วิธีดำเนินการชดใช้และเจรจายอมความ และการฟื้นฟูฐานการใช้ชีวิต เราออกแบบคดีอาญาและกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะบันทึกคำให้การในชั้นคดีอาญาอาจถูกนำไปใช้ในการตรวจสอบการฝ่าฝืนและการไต่สวนด้วยวาจาในภายหลัง อีกทั้งยังคงมุมมองที่จะโต้แย้งเรื่องเจตนาและความประมาทในชั้นพิจารณาเหตุแห่งการส่งกลับด้วย การปรึกษาครั้งแรกไม่มีค่าใช้จ่าย และติดต่อได้ทาง WeChat ID matsumura1119

ส่งท้าย

ในคดีลักทรัพย์ ความชัดเจนของข้อเท็จจริงที่สื่อสารออกไปในช่วงต้นของกระบวนการ เป็นสิ่งที่เปลี่ยนเส้นทางของคดีได้มากที่สุด และยิ่งสำคัญขึ้นไปอีกเมื่อมีกำแพงภาษาเข้ามาเกี่ยวข้อง บทความนี้เป็นคำอธิบายทั่วไป สำหรับกรณีเฉพาะรายกรุณาปรึกษาทนายความโดยตรง

ผู้เขียน

Matsumura Daisuke/ทนายความ
สังกัดสภาทนายความไดอิจิโตเกียว (หมายเลขทะเบียน: 59077/ขึ้นทะเบียนปี 2019)
Funado International Law Office (Fuse Building Honkan ชั้น 3, Takada 3-4-10, Toshima-ku, Tokyo)
มีความเชี่ยวชาญหลักด้านการว่าความคดีอาญาให้ชาวต่างชาติและกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง โดยมีลูกความสัญชาติจีนเป็นหลัก ผลงานที่ผ่านมารวมถึงคำพิพากษายกฟ้องในคดีฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมยาบ้า (ครอบครองเพื่อการค้า) คำสั่งไม่ฟ้องในคดีฉ้อโกงที่กระทำเป็นขบวนการ และการได้รับอนุญาตพำนักเป็นกรณีพิเศษในคดีที่ถือว่ายาก

Funado International Law Office
Website: https://matsumura-lawoffice.jp/
WeChat ID: matsumura1119

ฉบับภาษาญี่ปุ่นของบทความนี้: https://matsumura-lawoffice.jp/blog/detail/2026099158/

----------------------------------------------------------------------
舟渡国際法律事務所
住所 : 東京都豊島区高田3丁目4-10布施ビル本館3階
電話番号 :050-7587-4639


東京を中心に刑事事件の弁護

----------------------------------------------------------------------

当店でご利用いただける電子決済のご案内

下記よりお選びいただけます。